Posted by: nebura | มิถุนายน 2, 2008

ณ.ภูเก็ต 20-26 พ.ค. (ภาค3)

22 ก.ค. 2551
วันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่า เราน่าจะสัมภาษณ์วันนี้เลยนะ เพราะวันนี้ก็ไม่ได้ทำไร แต่ถ้าจะนักเค้าใหม่ก็จะต้องโทรประมาณ 9 โมงครึ่ง เพราะบริษัทจะเปิดแล้ว ระหว่างนี้เราก็อาบน้ำเตรียมตัว แล้วพ่อเต้ยก็พาไปกินขนมจีนร้านอร่อยที่น้านิดบอก ซึ่งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต (แถวศาลเจ้าจีน ใกล้ๆเขารัง) ซึ่งเราก็ไปกินขนมจีนน้ำพริก ซึ่งอร่อยมากๆ ราคาจานละ 15 บาท โดยเค้าจะตักขนมจีนไว้ให้เราแล้ว แล้วให้เราตักราดเอง โดยที่นี่จะกินแกล้มกับ ผักหลายชนิดมาก(ไม่สมมารถจำได้ เพราะเป็นโรคแพ้ผัก) มีไข่ต้ม ปาท่องโก๋ ปลากรอบตัวเล็กๆ เมื่อกินแล้วก็อร่อยดีนะ เมื่อเติมพลังกันเสร็จแล้ว เราก็ขับไปที่จุดชมวิวเขารัง ซึ่งจะมองเห็นตัวเมืองภูเก็ตสวยงามมาก (อยากให้ดูรูปที่ถ่ายมา แต่ว่าโทรศัพท์หายไปในวันนี้แหละครับ) เมื่อชมอยู่สักพักนึงก็นึกขึ้นได้ว่าต้องโทรไปนัดพี่เพื่อจะสัมภาษณ์ ก็ได้ความว่ามาได้ช่วงบ่าย จากนั้นก็ขับมอเตอร์ไซด์ไปวัดฉลอง ไปไหว้หลางพ่อแช่ม ไปขอพรก่อนจะไปสัมภาษณ์ ซึ่งอากาศระหว่างทางก็เป็นใจมาก ฟ้าเปิด แดงเปรี้ยง แต่พอไปถึงวัด กลับลืมความร้อน และระยะทางไปเลย วัดที่นี่ดูสวยมากๆ และเราไม่รอช้า ไปบูชาดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้หลวงพ่อแช่มกัน แล้วก็กลับที่พัก เพื่อให้เราได้เตรียมตัวที่จะไปสัมภาษณ์ เมื่อถึงที่พักเราก็ไม่รอช้า รีบแต่งตัวเตรียมไปสัมภาษณ์ แล้วซักเที่ยวกว่าเราก็ออกเดินทาง และไปแวะร้านส้มตำไก่ย่างแห่งหนึ่ง ซึ่งอร่อยมากๆ เมื่อพร้อมก็ไปสัมภาษณ์เลย โดยขับมอไซด์ไปกันหมด แล้วทิ้งรถไว้ให้เราคันนึง และเมื่อสัมภาษณ์เสร็จก็จะไปนัดเจอกันที่ห้างเซ็นทรัล แล้วเราก็เข้าไปที่บริษัท พี่เค้าก็เอาใบสมัครมาให้เราเขียน ซึ่งมีช่องทีเด็ดอยู่ช่องนึงคือ “ต้องการเงินเดือนเท่าไหร่” เอาละซิกู ของแพงขนาดนี้ จะอยู่ยังไงดีวะนี่ เลยเขียนไปเลย 14000 บาท เมื่อเขียนเสร็จพี่โปรแกรมเมอร์ก็มาให้เราโชว์ผลงานของเรา เราก็โชว์ผลงานไม้ตายเลย คือ “Thaihosting communication project manager” (จุลนิพนธ์ของผมนั่นเอง อิอิ) เค้าก็ให้อธิบายภาพรวมของเว็บที่เราทำ แล้วก็ให้อธิบายมาฟังก์ชั่นนึง ซึ่งเราก็อธิบายในส่วนของ Project ซึ่งเค้าก็เข้าใจที่เราอธิบาย(รึปล่าววะ) แล้วก็ให้เราลองเพิ่มฟิลว์เพื่อเก็บข้อมูลอีก 1 ช่อง เมื่อทำเสร็จแล้วก็ไม่วายที่จะถามคำถามทีเด็ดกลับมา คือ เงินเดือนนี่ขอ 14000 ใช่ไหมครับ(ทำหน้าแบบงง) เราก็บอกไปอย่างหนักแน่นว่า “ครับ” แล้วเค้าก็บอกว่า แล้วจะติดต่อกลับไปนะครับ แล้วเราให้เรากลับ ในใจก็คิดว่าไม่เอากูแน่ เพราะเรียกแพงเกิ๊น แล้วก็โ?รนัดพวกพ่อเต้ยมาเจอกันที่เซ็นทรัล เราไม่ถึงก็ไม่วายที่จะคิดถึงสาวผู้หนึ่งที่เคยบอกกับเราว่าไปเจอตุ๊กตาที่เซ็นทรัลมาน่ารักมาก(เค้าถ่ายรูปมาให้ดูด้วย) อยากได้มาก ซึ่งตอนนั้นเราก็ทำเป็นไม่สนใจ จากนั้นเราก็จ้ำๆๆ หาว่ามันอยู่หลืบไหนของห้างวะนี่ ขึ้นไปโซนผู้หญิง ผ่าน เสื้อผ้า กางเกง ก็ไม่เจอ เดินไปต่ออีก ผ่านรองเท้า กางเกงใน ที่ครอบนม บิกินนี่ ก็ยังไม่เจอ ไปดูที่เครื่องเขียน ก็ยังไม่มี เลยตัดสินใจขึ้นไปอีกชั้น ก็ไปเจอเสื้อผ้าผู้ชาย ของกีฬา ก็เลยลงเลย รู้แน่ว่าไม่มี เลยลงมาที่ชั้น 1 ก็เจอกับ รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ก็คิดว่าไม่น่าจะมีแน่ๆ เลยเดินวนซะรอบห้างเลย ก็ไม่มี พอดีพวกอ๊อดมาพอดีเลยไปหาก่อน และก็ฝากโ๊น๊ทบุ๊คไว้ แล้วก็ไปเดินดูอีกที โอ้วพระเจ้า ยังมีชั้นใต้ดินที่ยังไม่ได้ดูอีก เลยลงไปดูก็พบกับโซนของเล่นเด็ก ก็ไปควานหา จนพบ แต่ทำไมมันตัวเล็กจังว้า.. ไม่เหมือนในรูปเลย เลยถามเค้าว่ามีตัวใหญ่กว่านี้อีกไหมครับ ก็ได้คำตอบมาว่าหมดแว้ว เลยตัดสินในเอาตัวกลางมาแล้วก็ไปจ่ายเงิน พอล้วงกระเป๋า โอ้ว!.. พระเจ้า ลืมเอากระเป๋าตังมาจากกระเป๋าสะพาย เลยต้องบอกเค้าว่า เอาไว้ก่อนนะครับ ไปเอาตังก่อนครับ แล้วก็เดินหน้าตั้งไปเอาตัง แล้วก็มาจ่าย แล้วก็ให้เค้าห่อของขวัญ แล้วก็เดินทางกลับที่พักกัน เมื่อถึงที่พักก็เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ไปเล่นน้ำทะเลที่หาดป่าตอง ซึ่งเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไป 1 ชุด พร้อมเงิน 280 บาท พร้อมโทรศัพท์ Sony K810i เพื่อไว้ถ่ายบรรยากาศ เมื่อถึงเราก็นอนเล่นสักพักเพื่อรอแดดร่มแล้วค่อยเล่น เมื่อแดดเริ่มร่ม เราก็เอากระเป๋าเสื้อ โทรศัพท์ และสร้อยพระอ๊อดไปไว้ใต้เบาะและเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเล่นจนหนำใจและขึ้นมา ก็ยังพูดว่าของแม่งจะถูกงัดป่าววะ แล้วเมื่อไปที่รถ เหตุการณ์ไม่คากฝันก็เกิดขึ้น ของที่ไว้ใต้เบาะทั้งหมดหายไปแล้ว ประกอบด้วยเสื้อผ้า 1 ชุด โทรศัพท์ Sony K810i และสร้อยพระอ๊อดซึ่งประเมินค่าไม่ได้ แล้วก็เริ่มมองดูรอบๆ ก็ได้เห็นสายตาที่แปลกๆของ มอเตอร์ไซด์รับจ้างซึ่งมองเราตั้งแต่ที่เราเอาของไปไว้แล้ว แล้วพ่อเต้ยก็บอกว่า “ไปเหอะ ไงก็หาไม่เจอหรอก ไปแจ้งความก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยอะไร” ก็เลยช่างมัน หายก็หายไป รถไม่หายก็ดีแล้ว แล้วก็กลับบ้านโทรบอกพ่อ พ่อแม่ก็ไม่ได้ว่าไร แต่แม่บอกว่าพ่อบอกว่า “เอาแล้ว ต้องซ้อใหม่อีกแล้วสิเนี่ย 555″ แล้วเมื่ออาบน้ำที่บ้านเสร็จ ก็ไปทานข้าวที่ร้านอาหารที่น้านิดดูแลอยู่ วันนี้น้านิดไปสั่ง กุ้งมังกร น้ำหนัก 1.9 ขีดมาให้กิน (ซึ่งก็ตกราคาประมาณเกือบ 5000 บาท) และก็กุ้งเสืออีก 2 โลได้ ผัดผัก ทอดมันกุ้ง ซึ่นในชีวิตนี้ เพิ่งจะเคยได้กิน กุ้งมังกร โดยที่เค้าเอาตัวไปเผาให้กิน และเอาหัวไปทำต้มยำ ซึ้งร้านนี้ก็ทำได้อร่อยมากๆ (ร้านป่าตองซีฟู๊ดครับ) ซึ่งคนเกาหลีข้างๆ มันคงงงๆ ว่าไอ้พวกนี้แต่ตัวไรกันมาก็ไม่รู้ เสือกสั่งกุ้งมังกรกิน 555 และเมื่ออาหารมาเสิร์ฟ เราก็รับลงมือลองกินดูซิว่า มันเป็นจะได๋ พอกินไปก็ได้รู้ว่ามันก็คือกุ้งตัวใหญ่นั่นเอง เนื้อแน่นและเหนียวกว่าหน่อย ไม่ได้แตกต่างกันเลย 555 แล้วก็มีกุ้งทอดกระเทียมมาอีก ทอดมันกุ้ง กุ้งกระทะร้อน โอ๊ยๆๆๆ ตายๆๆๆ นี่มันงานเลี้ยงรุ่นของกุ้งหรอวะนี่ กุ้งเยอะแยะมากมากเยอะขนาดนี้ถ้ามันมีชีวิตอยู่ มันคงยกพวกมากินเราได้ 555 เมื่อกินเสร็จก็ขอบคุณน้านิดแล้วก็ไปเดินเที่ยวถนนคนเดินต่อซึ่งอยู่แค่ซอยถัดไปจากร้าน เมื่อเข้าไปก็เจอกับฝรั่งเยอะแยะมากมาย และก็เจอสาวไทยแสนสวยเสป็กฝรั่ง (สาวคล้ำๆ ตัวเตียๆ) เดินอยู่ในพร้อมกับกระเทยร่างใหญ่เต้นรูดเสาอยู่ เลยคิดว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับที่เราจะเดินเที่ยวแน่ๆ เลยเดินไปจนสุดซอย ซึ่งตรงข้ามจะเป็นห้าง จังซีรอน ก็เดินเข้าไปเที่ยว ซึ่งเค้ามีเทศการของจิ๋วอยู่ ซึ่งเป็นการจำลองเมืองภูเก็ต ทั้งวิถีชีวิต และตึกราบ้านช่อง ซึ่งทำออกมาได้สวยงามมาก เมื่อชมกันเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับไปเอารถ และก็กลับที่พัก เพื่อพักผ่อน เตรียมพร้อมกับวันต่อไป

หมายเหตุ
1. ป้ายที่เกี่ยวกับ ซึนามิ เยอะมากๆ น่าจะเป็นรองป้ายไปสุวรรณภูมินิดเดียว
2.ป้ายที่เกี่ยวกับ ซึนามิ เยอะมาก แต่ป้ายระวังของหาย หรือเกี่ยวกับการเตือนอื่นๆ มีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย (เสือกกลัวแต่ ซึนามิอย่างเดียว แม่งคิดได้ แล้วถ้าฝรั่งโดนขโมยของละ แม่งถ้าโดนหนักๆ มันจะกลับบ้านยังไง กลับไปก็เล่าต่ออีกว่าประเทศนี้ไม่น่าเที่ยว คิดดูดีๆแล้วกัน เสือกบ้าจี้แต่ ซึนามิ จนลืมคิดถึงเรื่องอื่นกันไปหมด)
3.อย่าเอาทรัพย์สินมีค่าไว้ใต้เบาะรถมอไซด์ เพราะจะมีคนมางัดและเอาของไป จากที่สังเกตน่าจะเป็นกลุ่ม “มอเตอร์ไซด์รับจ้าง” ที่จะคอยจ้องตลอดเวลาที่เรามาเปิดเบาะรถ (แถวสนามฟุตบอลแถวหาดป่าตอง)
4.ตำรวจท่องเที่ยวที่นี่ก็มี แต่ไม่รู้ไปท่องเที่ยวตรงไหน เราคนไทยยังหาไม่เจอเลย
5.ถนนภูเก็ตเป็นทางลาดชัน ขึ้นภูเขา ลงภูเขามากมาย และมักจะมีอุบัติเหตุบ่อยๆ ระวังกันให้ดีนะครับ (เวลาขึ้นอย่าจี้ตูดเค้า)
6.คนพื้นเมืองภูเก็ต จากที่ดู เป็นมิตรมากๆ ถามอะไรก็บอกด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่